The present document can't read!
Please download to view
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
...

Presentคำแนะนำการใช้ยาเทคนิคพิเศษ (2) (1) (1) (1) (1)

by saowaluk2556

on

Report

Category:

Documents

Download: 0

Comment: 0

8,207

views

Comments

Description

Download Presentคำแนะนำการใช้ยาเทคนิคพิเศษ (2) (1) (1) (1) (1)

Transcript

  • 1. การให้คำาแนะนำาการใช้ยาเทคนิคพิเศษและยาลักษณะพิเศษ
  • 2. Outline1.Insulin(อินซูลิน)2.ยาเหน็บช่องคลอด3.ยาครีมใส่ช่องคลอด4.ยาสวนทวารหนัก8.ยาหยอดหู9.ยารักษาโรคหัวใจ(อมใต้ลิ้น)10.Warfarin11.ยาสูดพ่นทางปาก12.ยาสูดพ่นทางจมูก13.การสวนล้างจมูก
  • 3. Insulin (อินซูลิน)Insulin ชนิดขวด+syringeNovopen+mixtard70/30 PenfillLantus
  • 4. Insulin (อินซูลิน) ชนิดขวด+syringe
  • 5. Novopen+mixtard 70/30 Penfill
  • 6. Lantus
  • 7. การออกฤทธิ์ของอินซูลินแต่ละชนิดucdmc.ucdavis.edu/chronicdisease/diabetes_education/insu
  • 8. การฉีดอินซูลินผสมสองชนิดชนิดออกฤทธิ์เร็ว (นำ้าใส)Regular insulin=RI=actrapidชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (นำ้าขุ่น)NPH= Humulin N= insulatardมาผสมกับ
  • 9. การฉีดยาอินซูลินแบบเข็มฉีด(syringe) ชนิดเดียวล้างมือให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งคลึงขวดยาอินซูลินเพื่อ……
  • 10. ใช้สำาลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดจุกยางของขวดดูดลมเข้ามาในหลอดฉีดยา=ปริมาณยาที่จะต้องใช้การฉีดยาอินซูลินแบบเข็มฉีด(syringe) ชนิดเดียว
  • 11. แทงเข็มเข้าไปในขวดยาแล้วดันอากาศเข้าไปในขวด การใส่ลมในขวดนี้เพื่อ……………..ควำ่าขวดยาลงแล้วดูดยาอินซูลินเข้าหลอดฉีดยาการฉีดยาอินซูลินแบบเข็มฉีด(syringe) ชนิดเดียว
  • 12. 7.ตรวจดูฟองอากาศหากมีฟองอากาศให้ฉีดยาเข้าไปในขวดใหม่แล้วดูดกลับเข้ามาช้าๆจนได้ปริมาณที่ต้องการหรือหากใช้เข็มซำ้าให้…………ทำาไมต้องไล่ฟองอากาศ???.....การฉีดยาอินซูลินแบบเข็มฉีด(syringe) ชนิดเดียว
  • 13. ใช้สำาลี………………ดูดลมเข้ามาในหลอดฉีดยาให้มีจำานวน = ปริมาณยานำ้าขุ่นที่จะต้องการฉีด แล้วฉีดการฉีดอินซูลินผสมสองชนิด
  • 14. ดูดลมเข้ามาในหลอดฉีดยานำ้าใสให้มีจำานวน=ปริมาณยานำ้าใสที่จะต้องการฉีดแล้วฉีดลมเข้าไปในขวดอินซูลินเข้าหลอดฉีดยาในปริมาณที่ต้องการการฉีดอินซูลินผสมสองชนิด
  • 15. ดูดอินซูลินนำ้าใสออกมา=ปริมาณที่ต้องการฉีดการฉีดอินซูลินผสมสองชนิด
  • 16. กลับมาดูดอินซูลินชนิดนำ้าขุ่นในปริมาณที่แพทย์สั่งแล้วนำาไปฉีดทันที-ระวัง ถ้าโดยอุบัติเหตุดูดอินซูลินนำ้าขุ่นมากกว่าปกติ ห้ามดันยา กลับเข้าไปในขวดแต่ให้ทิ้งอินซูลินและเริ่มดูดยาทั้งสองชนิดใหม่-เมื่อดูดยาสองชนิดผสมในเข็มเดียวกัน ควรฉีดการฉีดอินซูลินผสมสองชนิด
  • 17. จะเกิดอะไรขึ้นหากดูดสลับขวด??ทำาให้อินซูลินนำ้าใสมีลักษณะเปลี่ยนไปหากดูดนำ้าขุ่นก่อนนำ้าใส ยาที่เป็นนำ้าขุ่นอาจเข้าไปผสมกับนำ้าใส
  • 18. ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดinsulinเข็ม 100 ยูนิตเข็ม 50 ยูนิตแตกต่างกันไหม ?
  • 19. การฉีดยาอินซูลินเข้าสู่ร่างกายหลังจากได้บรรจุยาอินซูลินในหลอดฉีดยาแล้วควรรอให้อุณหภูมิของอินซูลินเท่ากับอุณหภูมิห้องก่อนใช้สำาลีชุบแอลกอฮอล์ทำาความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา
  • 20. การฉีดยาอินซูลินเข้าสู่ร่างกายใช้มือข้างหนึ่งดึงผิวหนังบริเวณที่จะฉีดยกให้สูงขึ้นเป็นลำา แล้วแทงเข็มฉีดยาเข้าไปให้ตรง ให้ตั้งฉากกับผิวเข้าชั้นใต้ผิวหนัง ให้มิดเข็ม
  • 21. การฉีดยาอินซูลินเข้าสู่ร่างกายกดลูกสูบดันยาลงไปให้สุดจนหมด
  • 22. การฉีดยาอินซูลินเข้าสู่ร่างกายถอนเข็มฉีดยาออกใช้สำาลีกดเบา ๆ ตรงตำาแหน่งที่ฉีดถ้ามีเลือดออกหรือรู้สึกปวดหรือมีนำ้าใสไหลออกมา ไม่ควรคลึงเลือดหรือนวดบริเวณที่
  • 23. ***ห้ามฉีดซำ้าที่เดิมมากกว่า1 ครั้ง ใน 1 -2 เดือนเพราะ…อาจทำาให้บริเวณที่ฉีดเกิดเป็นก้อนไตแข็ง และในการฉีดครั้งต่อไปควรฉีดห่างจากจุดเดิม 1 นิ้ว ***ฉีดอินซูลินบริเวณไหนได้บ้าง
  • 24. การเก็บรักษาเข็มและอินซูลินเข็มฉีดยา ใช้แล้วทิ้งหรือเก็บไว้ใช้ได้อีก2-3 วัน โดยสวมปลอก นำาไปไว้ในตู้เย็นและนำามาใช้ได้อีก (อย่านำาเข็มไปล้างหรือเช็ดเพราะ…………………………………)
  • 25. การเก็บรักษาเข็มและอินซูลินห้ามเก็บอินซูลินไว้กลางแดดจัด หรือที่อุณหภูมิตำ่ามากๆ เช่น ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เพราะ …ยาเสื่อมคุณภาพ และไม่แนะนำาเก็บที่ฝาตู้เย็นประเภทอินซูลินยังไม่เปิด+แช่เย็น(2-8 c° )° )ยังไม่เปิด+ไม่แช่เย็น(เหมือนเปิดไม่แช่)เปิดใช้+แช่เย็น(2-8 c° )° )เปิดใช้+ไม่แช่เย็นปากกา(mixtard)Exp.ข้างหลอด45 วัน ไม่แนะนำาแช่เย็น45 วันปากกา(lantus)Exp.ข้างหลอด30 วัน ไม่แนะนำาแช่เย็น30 วันขวด Exp.ข้างขวด30 วัน 45 วัน 30 วัน
  • 26. ฉีดอินซูลินแล้วต้องระวังนำ้าตาลในเลือดตำ่าอย่างไรภาวะนำ้าตาลตำ่า (Hypoglycemia ;< 60 -70 มก./ดล. ) shockอาการรุนแรงอาจ
  • 27. การจัดการเมื่อระดับนำ้าตาลในเลือดตำ่ารไม่มาก และเกิดขึ้นใกล้เวลาอาหารารค่อนข้างมาก แต่ยังรู้สึกตัว  ให้ดื่มนำ้าหวาน ½ - 1 แก้วหรืออมลูกอม 1-2 เม็ด หรือนำ้าตาล 2 ก้อน อาการควรจะดีขึ้นภายใน 5-10 นาทีแล้วรีบรับประทานข้าว หรืออาหารประเภทแป้งควรรีบรับประทานทันที หรือรีบรับประทานของว่าง เช่นขนมปังนม ผลไม้รสหวานก่อนารรุนแรงถึงขั้นหมดสติไม่รู้สึกตัวห้ามให้ลูกอม หรือ ดื่มนำ้าหวาน เพราะอาจทำาให้สำาลัก รีบนำาส่งโรงพยาบาล หรือ
  • 28. การใช้ยาเหน็บช่องคลอด
  • 29. การใช้ยาเหน็บช่องคลอด-ล้างมือให้สะอาด-แกะยา ถ้าเป็นยาเม็ดแข็งให้จุ่มในนํ้าสะอาดพอชื้น (ประมาณ 1-2 วินาที)-นอนหงาย โดยชันหัวเข่าขึ้นและแยกขาออก
  • 30. การใช้ยาเหน็บช่องคลอด-สอดยาเข้าไปในช่องคลอด โดยใช้นิ้วช่วยดันยาเข้าไปให้ลึกที่สุด-นอนพักในท่าเดิมสัก 15 นาที เพื่อรอให้ตัวยาละลาย
  • 31. การใช้ยาเหน็บช่องคลอดข้อแนะนําเพิ่มเติมสําหรับยาเหน็บช่องคลอด1.ควรเหน็บยาติดต่อกันทุกวันตามที่แพทย์สั่ง2.ไม่ควรใช้ยาเหน็บช่องคลอดขณะมีประจําเดือน3.ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ขณะรักษา
  • 32. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอด ;การใช้เครื่องสอดยา
  • 33. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอด ;การใช้เครื่องสอดยา-ล้างมือให้สะอาด-เปิดฝายาครีม-สวมเครื่องสอดยา ลงในหลอดยาครีมที่เปิดไว้โดยการหมุนเกลียวให้แน่น
  • 34. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอด-ดึงก้านสูบของเครื่องสอดออกมา จนได้ปริมาณตามต้องการ(บริเวณก้านสูบจะมีเส้นระบุปริมาณ)-ควํ่าหลอดยาครีมลงพร้อมกับค่อยๆบีบยาครีมออกมา
  • 35. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอด-นอนหงายโดยชันหัวเข่าขึ้นและแยกขาออก (ห้ามนั่งยอง)-จับตัวเครื่องมือสอดยาที่ใส่ยาแล้วด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลางส่วนนิ้วชี้ให้แตะอยู่บนปลายก้านสูบ-หันปลายที่มียาเข้าไปในช่องคลอด ค่อย ๆ
  • 36. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอดเมื่อสอดเข้าไปลึกพอควร ให้ใช้นิ้วชี้ดันก้านสูบเพื่อไล่ตัวยาออกจากเครื่องมือโดยยาจะตกอยู่ในช่องคลอด
  • 37. การใช้ยาครีมใส่ช่องคลอด-นอนในท่าเดิมสักครู่ประมาณ 15 นาทีเพื่อไม่ให้ยาไหลออกจากช่องคลอด-หลังจากใช้เครื่องมือทุกครั้ง ต้องทําความสะอาดเครื่องมือสอดด้วยนํ้าอุ่นและสบู่ (ห้ามใช้นํ้าเดือดเพราะทําให้เครื่องมือเสียได้) แล้วเช็ดเครื่องมือให้แห้ง เก็บไว้ใช้ได้ครั้งต่อไป
  • 38. การใช้ยาสวนทวารหนัก
  • 39. การใช้ยาสวนทวารหนักยาที่มีใช้ในโรงพยาบาล คือ Unison enemaวิธีการใช้ยาสวนทวารหนัก1. ล้างมือให้สะอาด2. ถ้ามีฝาปิดหลอดสวนให้เอาฝาปิดออกก่อนและหล่อลื่นปลายหลอดสวนด้วยสารหล่อลื่นหรือหล่อลื่นปลายหลอดสวนด้วยการบีบนํ้ายาออกมาชโลมปลายหลอดเล็กน้อย
  • 40. การใช้ยาสวนทวารหนัก3. นอนตะแคง โดยให้ขาล่างเหยียดตรง และงอขาบนขึ้นจนหัวเข่าจรดกับหน้าอก
  • 41. การใช้ยาสวนทวารหนัก4. สอดปลายหลอดสวนเข้าไปในทวารหนัก โดยค่อยๆหมุนขวดยาเข้าไปอย่างช้าๆ และเบาๆ ขณะสอดควรให้หายใจเข้าลึกๆ จะทําให้สอดง่ายขึ้น ผู้ใหญ่ควรสอดลึกเกิน 15
  • 42. การใช้ยาสวนทวารหนัก5. ค่อยๆบีบยาจากขวดหรือภาชนะบรรจุนํ้ายาอย่างช้าๆ จนนํ้ายาหมด หรือตามปริมาณที่แพทย์สั่ง6. พยายามขมิบทวารหนักไว้ 2-3 วินาที7. ให้นอนในท่าเดิมประมาณ 15-30 นาที แม้จะมีความรู้สึกอยากถ่ายก็กลั้นไว้ก่อน หากลุกไปถ่ายทันทีหลังจากสวนยาจะทําให้ยาออกจากทวารหนักก่อนที่จะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หากเป็นไปได้ให้กลั้นไว้นานที่สุดเท่าที่จะทําได้
  • 43. การใช้ยาเหน็บทวารหนัก
  • 44. การใช้ยาเหน็บทวารหนักวิธีการใช้ยาเหน็บทวารหนัก1. ล้างมือให้สะอาด2. ถ้ายาเหน็บนิ่มให้แช่ยาในตู้เย็นก่อนหรืออาจแช่ในนํ้าเย็นก็ได้ เพื่อให้ยาแข็งตัวและสอดง่ายขึ้น3. แกะยาออกจากกระดาษห่อ
  • 45. การใช้ยาเหน็บทวารหนัก4. นอนตะแคงโดยให้ขาล่างเหยียดตรง และงอขาบนขึ้นจนหัวเข่าจรดกับหน้าอก
  • 46. การใช้ยาเหน็บทวารหนัก5. สอดยาเหน็บเข้าไปในทวารหนัก โดยเอาด้านที่มีปลายแหลมกว่าเข้าไปก่อน โดยใช้นิ้วดันยาเข้าไปอย่างช้าๆและเบาๆพยายามสอดให้ลึกที่สุด เพื่อไม่ให้ยาเหน็บไหลออกมา (ใน
  • 47. การใช้ยาเหน็บทวารหนัก6.นอนในท่าเดิมสักครู่หนึ่งประมาณ 15นาที ถ้าเป็นยาระบาย ควรนอนในท่าเดิมไม่ตํ่ากว่า 15-20 นาที จึงจะลุกไปถ่ายอุจจาระแม้ว่าหลังจากสอดยาแล้วจะมีความรู้สึกอยากถ่ายก็ตามก็ต้องกลั้นอุจจาระไว้ก่อน หากลุกไปถ่ายทันทีหลังจากสอดยา จะทําให้ยาออกจากทวารหนักก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่
  • 48. การใช้ยาหยอดตา
  • 49. การใช้ยาหยอดตา1.ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะใช้ยาหยอดตา2.อ่านวิธีใช้ยาบนฉลากยาตรวจสอบวันหมดอายุของยาทุกครั้งที่ใช้3.เขย่าขวดยาก่อนใช้ยาหยอดตา4.เปิดเกลียวจุกของขวดยาไว้ (สําหรับขวดที่มีหลอด
  • 50. การใช้ยาหยอดตา5.นอน หรือนั่งลงให้ศีรษะเอนไปทางด้านหลัง พร้อมกับมองแหงนตาขึ้น กรณีผู้ป่วยเป็นเด็ก ควรหยอดในท่านอนสะดวกกว่า และไม่ควรหยอดตาในขณะที่เด็กร้องไห้6.ค่อยๆใช้มือข้างหนึ่งดึงหนังตาล่างลงมาให้เป็นกระ
  • 51. การใช้ยาหยอดตา7.หยอดยา โดยให้ปลายหลอดอยู่ใกล้ตา แต่อย่าให้สัมผัสกับตาหรือขนตา8.หยดยาตามจํานวนที่แพทย์สั่งลงตรงกระพุ้ง ด้านในของเปลือกตาล่าง9.ใช้นิ้วมือกดตรงหัวตาด้านในเบาๆประมาณ 1-2 นาที
  • 52. การใช้ยาหยอดตา10.ปิดตาเบาๆ(อย่าขยี้ตา) ใช้กระดาษทิชชูซับนํ้ายาส่วนเกินออก หลับตาอย่างน้อย 2นาที11.ถ้าต้องหยอดยาตามากกว่า 1 ชนิด ควรหยอดยาตาแต่ละชนิดห่างกันอย่างน้อย 5นาที ถ้ามีทั้งยาหยอดตาและยาป้ายตาพร้อมๆกัน ควรจะใช้ยาหยอดตาก่อน ทิ้งระยะ 10นาทีแล้วจึงป้ายตา12.หลังจากหยอดยา ป้ายยาเรียบร้อยแล้ว ปิด
  • 53. การใช้ยาป้ายตา
  • 54. การใช้ยาป้ายตา•ล้างมือให้สะอาด•นอนหรือนั่งแหงนหน้าขึ้น•ค่อยๆใช้มือข้างหนึ่งดึงหนังตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง และเหลือบ
  • 55. การใช้ยาป้ายตา•ให้ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับหลอดขี้ผึ้ง และบีบขี้ผึ้งขนาดยาวประมาณ 1เซนติเมตร หรือประมาณครึ่งนิ้ว ลงในด้านในของเปลือกตาล่าง โดยเริ่มป้ายยาจากหัวตาไปประมาณครึ่งตา ระวังอย่าให้ปลายหลอดยาแตะถูกตาหรือขนตา
  • 56. การใช้ยาป้ายตา•ค่อย ๆปิดตา และกลอกลูกตาไปมาทุกทิศทุกทางขณะที่ยังปิดตาอยู่สักครู่หนึ่งประมาณ 1-2วินาที เพื่อให้ยากระจายได้ทั่วตา เมื่อลืมตาขึ้นตาอาจจะพร่าเล็กน้อยหากมีขี้ผึ้งไหลออกมานอกตาให้เช็ดด้วยกระดาษทิชชูปิดฝาจุกหลอดยาให้สนิท
  • 57. -ยาหยอดตา/ยาป้ายตาหลังจากเปิดฝาแล้วมีอายุ 1 เดือน-ยาหยอดตาบางชนิด  ตู้เย็น (2-8 องศา)เช่น Chloramphenical-ใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตา 2 ชนิดขึ้นไป ห่างกัน~10 นาที-ยาหยอดตา+ป้ายตายาหยอดตาก่อน ~10นาที ขี้ผึ้งป้ายตาคำาแนะนำาอื่นๆในการใช้ยาหยอดตาและยาป้ายตา-  ยาหยอดตา 2 ชนิด   หยอดตาห่างกัน ~5-10 นาที
  • 58. -หากมีขี้ตามาก ให้ล้างตาด้วยนำ้ายาล้างตา/เช็ด ขี้ตาก่อนป้ายตา-การป้ายตาอาจทำาให้ตาพร่าไม่ควรขับรถ/ทำางานเสี่ยงต่ออันตราย จนกว่าตาจะมองเห็นได้ชัดเจนตามปกติ-ยาหยอดเปลี่ยนสีหรือขุ่น ห้ามใช้-ใส่เลนส์สัมผัส ถอดคำาแนะนำาอื่นๆในการใช้ยาหยอดตาและยาป้ายตา
  • 59. การใช้ยาหยอดหู
  • 60. การใช้ยาหยอดหู-ล้างมือ-ยาหยอดหู (ตู้เย็น) เช่น...ก่อนใช้ให้เอาขวดยาใส่ในฝ่ามือและกำาไว้ 2-3 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิของยาใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย(ถ้าเป็นยานำ้าแขวนตะกอนให้เขย่าขวดก่อนใช้ )-นอนตะแคง/เอียงศีรษะให้หู
  • 61. -หยอดยา แต่ไม่ควรเอาหลอดหยดสอดเข้าไปในรูหู เพราะหลอดหยดอาจทำาให้เกิดบาดแผลต่อหูได้และไม่ควรให้หลอดหยดสัมผัสกับสิ่งใดๆ เพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าไปในยา-นอนตะแคงหรือเอียงการใช้ยาหยอดหู
  • 62. การใช้ยารักษาโรคหัวใจ(อมใต้ลิ้น) eg. Isodil slเมื่อปวดเค้นอก อมยาใต้ลิ้นทันทีอมไว้ใต้ลิ้น ไม่เคี้ยว ไม่กลืนหรือกลืนนำ้าลาย และนั่ง
  • 63. ทำาไมต้องอม ไม่กลืนหรือกินไปเลยใต้ลิ้นมีหลอดเลือดนำายาเข้าสู่กระแสเลือดหลอดเลือดโคโรนารีที่อุดตัน/ตีบอยู่ ขยายตัวออกเลือดจึงไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้นอาการเจ็บหน้าอกลดNo GI absorb ??
  • 64. ทำาไมต้องนั่งหรือนอน อม ?ความดันโลหิตตำ่าลง บางรายเป็นหน้ามืด เป็นลมหมดสติได้อาการปวดศีรษะ
  • 65. การใช้ยารักษาโรคหัวใจ(อมใต้ลิ้น)หากอมยาเม็ดแรกอาการไม่ดีขึ้น ภายใน 5 นาอมยาเม็ดที่ 2อาการไม่ดีขึ้น ภายใน 5 นาอมยาเม็ดที่ 3พบแพทย์ด่วนสังเกตว่าเวลาอมยานี้จะรู้สึกซ่าถ้าไม่ซ่าแสดงว่ายาเสื่อมสภาพหมดฤทธิ์ทางการรักษาการเก็บยาประเภทนี้ต้องเก็บใน
  • 66. วาร์ฟาริน (warfarin)
  • 67. วาร์ฟาริน (warfarin) คืออะไรยากันเลือดแข็งตัว (Warfarin)ต้านการแข็งตัวของเลือดเลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติป้องกันการเกิดลิ่มเลือดลดการอุดตันในระบบไหลเวียนของเลือด
  • 68. -หลังผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม-โรคลิ้นหัวใจรูมาติค (RHD)-ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF)-ภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดในปอด-เส้นเลือดแดงบริเวณ แขน ขา/เส้นเลือดดำาใหญ่อุดตันจากลิ่มเลือด-ประวัติเส้นเลือดสมองอุดตันวาร์ฟารินมีข้อบ่งใช้อะไรบ้าง
  • 69. ทำาไมต้องเจาะเลือดทุกครั้งที่มาพบแพทย์ใช้ขนาดเดิมจนกว่าจะได้รับการเจาะเลือดและพบแพทย์วจฤทธิ์ของยาที่ให้ ทุก 1-3 เดือนปรับยาตามคำาสั่งของแพทย์ากไม่สามารถพบแพทย์ได้ตามนัด
  • 70. ต้องกินยานี้ไปนานแค่ไหนสามารถหยุดกินเองได้หรือไม่ใช้ต่อเนื่อง เลือดออกผิดปกติ เช่น ไรฟันปัสสาวะ ไออาเจียน อุจจาระบาดแผลเลือดออกมาก มีรอยชำ้าตามตัว ประจำาเดือนออกมากผิดปกติหยุดรับประทานยา และมาพบแพทย์ทันทีเจาะเลือดดูว่ารับประทานยามากเกินไปหรือเปล่า
  • 71. หากรับประทานยานี้อยู่แต่ต้องการทำาฟันหรือผ่าตัดจะทำาอย่างไรบอกแพทย์ว่ากินยาบอกแพทย์ว่ากินยาชนิดนี้อยู่ชนิดนี้อยู่เพราะเพราะ..........................................................................แพทย์จะให้หยุดยาอย่างน้อย 3-4 วันก่อนผ่าตัด
  • 72. ทำาอย่างไรหากเกิดอุบัติเหตุ/มีบาดแผลระหว่างที่ใช้ยานี้ใช้มือกดไว้ให้แน่นตรงบาดแผลเลือดจะหยุดออก หรือออกน้อยลงให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีพบแพทย์หรือพยาบาลแจ้งว่าท่านรับประทานยากันเลือดแข็งตัวอยู่
  • 73. หากท่านหมดสติไปจะทำาอย่างไรให้คนอื่นรู้ว่าเรากินยานี้อยู่นำาให้แพทย์หรือทันตแพทย์ดูพกบัตรประจำาตัวผู้ป่วยวาร์ฟาริน (warfarin card)ติดตัวตลอดเมื่อไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลอื่นหรือเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน
  • 74. หากจะซื้อยาอื่นมารับประทานร่วมกับยานี้ควรทำาอย่างไรวรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรยาบางชนิด+ยาวาร์ฟารินยาวาร์ฟาริน หรือยาอื่นที่ใช้ร่วมกันยนแปลงระดับยาในกระแสเลือด
  • 75. หากจะซื้อยาอื่นมารับประทานร่วมกับยานี้ควรทำาอย่างไรฤทธิ์ของวาร์ฟารินEg.Carbamazepine ,PhenytoinRifampicin,Griseofulvinฤทธิ์ของวาร์ฟารินEg.Indomethacin,diclofenac ,NSAIDsCephalosporinsยาสมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน หรือยาแผนโบราณอื่นๆ ก็อาจมีผลต่อระดับยาวาร์
  • 76.  อาหารมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟารินหรือไม่อาหารบางชนิด+ยาวาร์ฟารินอาหารที่มีวิตามิน เค สูง เช่น ผักใบเขียวอาหารที่มีวิตามิน อี สูง เช่น นำ้ามันพืช ปลาอาหารเสริมหรืออาหารสมุนไพรบางชนิด เช่น โสม ขิง แปะก๊วย กระเทียมไม่ควรเปลี่ยนแปลงปริมาณการรับประทานอาหารเหล่านี้ในแต่ละวัน
  • 77. การดื่มเหล้า เบียร์ สูบบุหรี่ มีผลต่อระดับยาวาร์ฟารินหรือไม่บยาวาร์ฟารินในเลือดเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
  • 78. หากรับประทานยานี้อยู่สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่มีผลต่อทารกในครรภ์โดยเฉพาะในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์หากท่านตั้งครรภ์หรือมีโครงการจะมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์
  • 79. สามารถให้นมบุตระหว่างใช้ยานี้ได้หรือไม่นี้สามารถขับผ่านทางนำ้านมได้แต่ Based on limited data, warfarin has not been detected in human milk. However,changes in prothrombin time in breast-feeding infants of mothers treated withwarfarin have been reported. The manufacturer recommends that caution be usedwhen administering warfarin to nursing women.Ref: http://www.drugs.com/pregnancy/warfarin.html
  • 80. หากลืมกินยานี้จะทำาอย่างไร ห้ามเพิ่มขนาดยา ที่รับประทานเป็น 2 เท่าโดยเด็ดขาด กรณีลืมรับประทานยาที่ยังไม่ถึง 12 ชั่วโมง ให้รีบรับประทานยาทันทีที่นึกได้ ในขนาดเดิม กรณีที่ลืมรับประทานยาและเลย 12 ชั่วโมงไป
  • 81. วิธีเก็บรักษายาทำาอย่างไร เก็บยาให้พ้นแสงและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
  • 82. หากมีปัญหาเกี่ยวกับโรคและใช้ยาสามารถสอบถามได้ที่ไหนศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านยากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลอุตรดิตถ์โทร ต่อ 1124
  • 83. ยาสูดพ่นใช้ในโรคระบบทางเดินหายใจยาสูดพ่นทางจมูกยาสูดพ่นทางปาก
  • 84. Metered-doseinhaler (MDI)TurbuhalerAccuhalerHandihalerSwinghalerBreezhalerประเภทของเครื่องสูดพ่นทางปาก
  • 85. 1.ยาขยายหลอดลม ใช้สูดพ่นเมื่อมีอาการหอบเหนื่อย:หลอดลมขยายตัว ทำาให้บรรเทาอาการหอบเหนื่อยยาสูดพ่นทางปากที่ใช้ในการรักษาโรคหอบหืด/ปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • 86. 2.คอร์ติโคสเตียรอยด์ใช้เป็นประจำาทุกวัน :ทำาให้การอักเสบในผนังหลอดลมลดลง +ทำาให้การกำาเริบของโรคหืดลดลงอย่าลืม  ทำาความสะอาดช่องปากทุกครั้งหลัง
  • 87. 3.ยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาวใช้เป็นประจำาทุกวัน ขยายหลอดลม+ป้องกันการเกิดอาการหอบหืดกำาเริบแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่3.1 ยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาวเดี่ยวๆ
  • 88. ยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาว3.2 ยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาวผสมยาคอร์ติโคสเตียรอยด์อย่าลืม  ทำาความสะอาดช่องปากทุกครั้งหลัง
  • 89. วิดีโอเทคนิคการใช้ยาสูดพ่นทางปาก
  • 90. การทำาความสะอาดเครื่องสูดพ่นทางปาก
  • 91. ถอดส่วนที่หลอดยาโลหะออกจากกระบอกพลาสติก แล้วนำาส่วนที่เป็นกระบอกพลาสติกไปล้างด้วยนำ้าอุ่น แล้วผึ่งให้แห้ง1.Metered dose inhaler (MDI)
  • 92. นำา mouth piece หรือ spacer ไปล้างด้วยนำ้าอุ่นแล้วผึ่งให้แห้งspacermouth pieceI + mouth piece หรือ spacer
  • 93. ใช้ผ้าแห้งเช็ดบริเวณปากเครื่องสูดพ่น (บริเวณที่วงกลม)ler,Breezhaler, Turbuhaler, Swing
  • 94. 1.เปิดฝาครอบกันฝุ่นและปากกระบอกยาขึ้น และเปิดฐานบรรจุยาโดยดันปุ่มเขียวขึ้น2.ล้างเครื่องสูดพ่นด้วยนำ้าอุ่นส่วนด้านนอกของปากกระบอกให้ใช้กระดาษทิชชูชื้นหมาด ๆ เช็ดทำาความ.Handihaler
  • 95. 3.เทนำ้าออกให้หมด4.วางทิ้งไว้ให้แห้งเอง โดยเปิดฝาครอบกันฝุ่น ปากกระบอกยาและฐานบรรจุยาไว้หมายเหตุ : ห้ามใช้เครื่องสูดพ่นขณะที่เครื่องHandihaler
  • 96. การทดสอบยาเหลือ
  • 97. ยาหมด1.กดเครื่องสูดพ่นยาแล้วไม่มีควันออกมา2.จับหลอดยาแล้วเบายาเหลือ1.กดเครื่องสูดพ่นยาแล้วมีควันออกมา2.จับหลอดยาแล้วหนักtered dose inhaler (MDI)
  • 98. แสดงว่า ยาเหลือใช้อีก 124 สูดแสดงว่า ยาหมดetered dose inhaler (MDI)
  • 99. แสดงว่า ยาเหลือใช้อีก 120 สูดแสดงว่า ยาหมด.Turbuhaler
  • 100. แสดงว่า ยาเหลือใช้อีก 60 สูดแสดงว่า ยาหมด. Accuhaler
  • 101. จะต้องทิ้งแคปซูลยาทุกครั้งหลังจากพ่นยาเสร็จandihaler, Breezhaler
  • 102. งว่า ยาเหลือใช้อีก 200 สูดแสดงว่า ยาหมดSwinghaler
  • 103. ใช้รักษาอาการผิดปกติทางจมูก(นำ้ามูกไหล คัดจมูกคันจมูก และจาม)+อาการผิดปกติทางตา(คัน/แสบตา นำ้าตาไหลและตาแดง) จากโรคเยื่อบุจมูกอักเสบยาสูดพ่นทางจมูกsteroids
  • 104. เทคนิคการสูดพ่นยาทางจมูก
  • 105. เทคนิคการใช้ยาพ่นทางจมูกแบบกดประเภทที่1(nasacort)
  • 106. เทคนิคการใช้ยาพ่นทางจมูกแบบกด ประเภทที่ 2(avamys)
  • 107. การสวนล้างจมูก
  • 108. referenceสวนล้างจมูกhttp://www.youtube.com/watch?v=NYpQLyCzBOwMix insulinhttp://www.youtube.com/watch?v=WIYcAy6P-hEhttp://www.si.mahidol.ac.th/office_h/pharmacy/WarfarinClinicPatientEducationPage.htm#1http://www.youtube.com/watch?v=2qWGnWH07iQInsulinhttp://www.pharmyaring.com/download/doc100512222600.pdfWarfarinการใช้ยาเทคนิคพิเศษhttp://www.heart.kku.ac.thการใช้ยาอมใต้ลิ้นhttp://www.si.mahidol.ac.th
  • Fly UP